โปรแกรมฝึกสมองผู้สูงอายุ ต่างจากเกมทั่วไปอย่างไร

เมื่อผู้สูงอายุในบ้านเริ่มหลงลืมบ่อยขึ้น สิ่งแรกที่หลายครอบครัวทำคือค้นหาแอปหรือเกมฝึกสมองในโทรศัพท์ เพราะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก ส่วนใหญ่เป็นเกมฟรีหรือมีราคาถูก ที่สำคัญยังเป็นทางแก้ปัญหาที่ดูเหมือน “ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”
แต่เมื่อใช้แอปหรือเกมเหล่านั้นไปสักระยะ อาจเกิดคำถามขึ้นว่า “แค่เล่นเกมจะพอไหม?” หรือ “มีวิธีที่ได้ผลมากกว่านี้หรือเปล่า?” เพราะเรายังมีความกังวลว่าแค่เล่นเกมความจำบนสมาร์ทโฟนจะเพียงพอสำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุในการช่วยดูแลสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์จริงหรือเปล่า
บทความนี้จะช่วยให้เราเข้าใจความแตกต่างระหว่างเกมฝึกสมองทั่วไปกับการฝึกสมองด้วยโปรแกรม Neurofeedback เพื่อให้เราสามารถเลือกแนวทางดูแลคนที่เรารักได้อย่างเหมาะสมและตรงความต้องการมากที่สุด
หลายครอบครัวเริ่มจากเกมฝึกสมอง เพราะเข้าถึงง่าย
เป็นเรื่องปกติที่คนส่วนใหญ่จะเริ่มจากเกมฝึกสมองบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เพราะมีให้เลือกหลากหลาย ใช้งานได้ทันที และผู้สูงอายุหลายคนก็สนุกกับเกมเหล่านั้นจริง ๆ เป็นกิจกรรมฝึกสมองง่าย ๆ ทำได้ที่บ้าน
เกมฝึกสมองในปัจจุบันมีการออกแบบที่ดี มีกราฟิกสวยงาม มีระบบให้คะแนนและติดตามความก้าวหน้า ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่ากำลัง “ทำอะไรบางอย่างเพื่อสมอง” ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในแง่ของการสร้างนิสัยการดูแลสมอง
สิ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ เกมเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกและการกระตุ้นสมองเบื้องต้น ซึ่งมีประโยชน์จริงในด้านการกระตุ้นการทำงานของสมอง กระตุ้นความจำ และทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ก็มีความแตกต่างจากการทำ Brain training program ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลสมองเชิงลึกอย่างมีนัยสำคัญ
เกมฝึกสมองมีประโยชน์อย่างไร
เกมฝึกสมองมีประโยชน์หลายด้าน เช่น
- กระตุ้นการใช้สมองในชีวิตประจำวัน: การที่ผู้สูงอายุนั่งเล่นเกมที่ต้องคิด คำนวณหรือใช้ความจำ แทนการดูโทรทัศและท่องอินเทอร์เน็ต ถือเป็นการกระตุ้นสมองและการรับรู้ (Cognitive Stimulation) ที่ดีกว่าการปล่อยให้สมองอยู่เฉยและไม่ถูกใช้งาน
- ฝึกทักษะเฉพาะด้าน: เกมที่เน้นความจำช่วยฝึกความจำ เกมที่เน้นความเร็วช่วยฝึกการประมวลผล เกมที่เน้นการจับคู่ช่วยฝึกการสังเกต กล่าวคือแต่ละเกมมีส่วนช่วยฝึกทักษะแต่ละด้านอย่างชัดเจน
- สร้างความสนุกและแรงจูงใจ: ระบบคะแนนและการได้รับรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยให้ผู้สูงอายุอยากกลับมาเล่นซ้ำ ซึ่งทำให้เกิดความสม่ำเสมอในการกระตุ้นสมอง
อย่างไรก็ตาม เกมฝึกสมองทั่วไปมีข้อจำกัดบางอย่าง นั่นคือการพัฒนาทักษะในเกมไม่ได้แปลว่าสมองของผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาในภาพรวม งานวิจัยพบว่าคนที่เล่นเกมฝึกสมองจนเก่งมักเก่งแค่ในเกมนั้น แต่ความจำหรือสมาธิในชีวิตประจำวันอาจไม่แตกต่างจากก่อนเล่นเกม เพราะเกมทั่วไปไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อสมองที่แตกต่างกันของแต่ละคน และไม่มีการวัดผลว่าสมองกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เราต้องการหรือไม่
โปรแกรมฝึกสมอง Neurofeedback คืออะไร และทำงานต่างจากเกมอย่างไร
โปรแกรมฝึกสมองผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยี Neurofeedback มีขั้นตอนแตกต่างจากเกมทั่วไป นั่นคือเราต้อง “รู้จักสมองของผู้ฝึกก่อน”
ก่อนจะออกแบบโปรแกรม ผู้เชี่ยวชาญจะทำการประเมินสมรรถภาพสมองเพื่อทำความเข้าใจว่าสมองของผู้สูงอายุในแต่ละคนมีศักยภาพระดับใด และต้องการการพัฒนาด้านใดเป็นพิเศษ จากนั้นจึงออกแบบโปรแกรมที่เหมาะกับบุคคลนั้นโดยเฉพาะ
สิ่งที่ทำให้โปรแกรมฝึกสมองแตกต่างจากเกมมี 3 ข้อหลัก คือ
- ระบบและการติดตามผล: โปรแกรมมีเป้าหมายชัดเจน มีการปรับความยากตามพัฒนาการจริง และมีการวัดผลที่เชื่อถือได้ว่าสมองกำลังตอบสนองอย่างไร
- ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละคน: แทนที่จะให้ทุกคนทำกิจกรรมเดิม การฝึกด้วยโปรแกรมจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะ เพื่อให้เหมาะกับสภาพสมองและเป้าหมายของแต่ละคน
- ใช้ข้อมูลจริงจากสมอง: เป็นการการตรวจวัดคลื่นสมองแบบเรียลไทม์และสะท้อนผลลัพธ์กลับสู่ผู้ฝึก (Neurofeedback)
Neurofeedback คืออะไร ใช้ฝึกสมองได้จริงหรือไม่
นิวโรฟีดแบ็ก (Neurofeedback) เป็นเทคโนโลยีการกระตุ้นสมองให้พัฒนาในรูปแบบที่ดีต่อสุขภาพแบบองค์รวม โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้ยา และไม่ใชช่การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า แต่เป็นการใช้ข้อมูลจากคลื่นสมองของผู้ฝึกมาประมวลผลและสะท้อนกลับเพื่อกระตุ้นและเร่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงและปรับตัว (Neuroplasticity)
การฝึกสมองด้วย Neurofeedback จึงเป็นการฝึกโดยใช้ข้อมูลจากสมองของผู้ฝึกเองเป็นตัวนำทาง วิธีการทำงานนั้นเรียบง่ายมาก แค่ผู้สูงอายุสวมอุปกรณ์วัดคลื่นสมอง โดยอุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่ “อ่าน” คลื่นสมองที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในระหว่างการฝึก
จากนั้นเมื่อสมองผลิตคลื่นในรูปแบบที่เหมาะสม ระบบจะส่ง Feedback กลับมาในรูปของเสียงหรือภาพ เช่น ภาพเคลื่อนไหว เสียงสัญญาณ หรือภาพบนจอที่สว่างและชัดขึ้น สมองของเราจะเรียนรู้โดยอัตโนมัติว่ารูปแบบคลื่นแบบใดที่ทำให้เกิด Feedback ที่ดี และจะพยายามผลิตคลื่นแบบนั้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
การทำ Neurofeedback Training จึงเปรียบเสมือนการพาสมองมาออกกำลังกาย มีส่วนช่วยในการเรียนรู้และการปรับตัวของสมองผ่านกระบวนการ Neurofeedback ส่งผลต่อการสร้างคลื่น Alpha ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะผ่อนคลายขณะยังคงตื่นตัว ผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึก Neurofeedback อย่างสม่ำเสมอจึงช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ เสริมสร้างสมาธิและความสามารถในการจดจ่อ สามารถควบคุมและจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดูแลสุขภาพสมองในระยะยาว
ใครบ้างที่เหมาะกับโปรแกรมฝึกสมอง Neurofeedback
Neurofeedback สามารถฝึกฝนได้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กวัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลในหลายระดับ เช่น
- ผู้สูงอายุที่มีอาการหลงลืมเล็กน้อย: ผู้ที่ยังไม่ถึงขั้นต้องวินิจฉัยโรค แต่ครอบครัวเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง อาจช่วยให้ครอบครัวสามารถวางแผนการดูแลได้เร็วขึ้น
- ผู้ที่ต้องการดูแลสมองเชิงป้องกัน: ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงดีแต่ต้องการดูแลสุขภาพสมองเชิงป้องกันและส่งเสริมการทำงานของสมองในระยะยาว
- ผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับหรือความเครียดร่วมด้วย: เนื่องจาก Neurofeedback เป็นแนวทางหนึ่งที่ส่งเสริมทำงานของสมอง มีส่วนช่วยพัฒนาสมาธิ การนอนหลับ และการจัดการอารมณ์
เลือกวิธีดูแลสมองให้เหมาะกับเป้าหมายของครอบครัว
เราไม่จำเป็นต้องเลือกแนวทางดูแลสมองแค่ทางใดทางหนึ่ง เพราะทั้งการใช้เกมฝึกสมองและโปรแกรมฝึกสมองด้วย Neurofeedback สามารถทำร่วมกันได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาถึงเป้าหมายหลักของเราด้วย
หากเป้าหมายคือการกระตุ้นสมองในชีวิตประจำวัน ให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมที่สนุกและได้คิด ได้ให้สมองทำงาน เกมฝึกสมองเป็นตัวเลือกที่ดี
แต่หากเป้าหมายคือการชะลอสมองเสื่อมอย่างเป็นระบบ สามารถติดตามพัฒนาการของสมองจากข้อมูลจริง โปรแกรมฝึกสมองที่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลและมีเทคโนโลยีวัดผลจะให้ข้อมูลและผลลัพธ์ที่สามารถติดตามพัฒนาการของผู้สูงอายุได้อย่างเป็นระบบ
การตัดสินใจว่าวิธีใดเหมาะกับคุณพ่อคุณแม่และผู้สูงอายุในครอบครัว ขึ้นอยู่กับสภาพสมองของพวกท่านในปัจจุบัน เป้าหมายในการดูแล และความพร้อม ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถประเมินได้จากการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อการดูแลสมองต้องการมากกว่าเกม
หากครอบครัวรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ยังไม่ตอบโจทย์ หรืออยากมีแนวทางดูแลสมองคนที่เรารักที่สามารถติดตามวัดผลได้มากขึ้น Neuro Space Brain & Wellness Center พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโปรแกรมดูแลสมองที่เหมาะกับผู้สูงอายุแต่ละคน
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสมองของเราจะเริ่มจากการประเมินสมรรถภาพสมองเพื่อทำความเข้าใจสภาพสมองในปัจจุบัน แล้วจึงแนะนำแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกด้วย Neurofeedback หรือการผสมผสานหลายแนวทางเข้าด้วยกัน
หากครอบครัวต้องการแนวทางดูแลสมองที่มากกว่าเกม การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอาจช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และมั่นใจได้มากขึ้นว่ากำลังดูแลสมองพ่อแม่ในทิศทางที่ถูกต้อง
การประเมินสมองช่วยให้เลือกวิธีฝึกที่เหมาะกับแต่ละคนได้มากขึ้น ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญ Neuro Space Brain & Wellness Center เพื่อวางแผนดูแลสมองระยะยาวได้แล้ววันนี้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายได้ที่ LINE: @neurospace
References:
บทความนี้จัดทำโดย Neuro Space Brain & Wellness Center ศูนย์พัฒนาศักยภาพสมอง เพื่อให้ข้อมูลเชิงความรู้แก่ผู้ดูแลผู้สูงอายุและครอบครัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของผู้สูงอายุในครอบครัว ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
